สำหรับผมแล้วตัวละครเพรดเดเตอร์ถือเป็นตัวละครในดวงใจผมเลยตอนเด็ก เพราะมันมีความเท่และยังเป็นผู้ล่าที่ไร้คู่ต่อกร ซึ่งผมก็เฝ้ารอภาคนี้มาก เพราะได้ผู้กำกับอย่าง Shane Black มากำกับ ทำให้ผมมีความหวังกับหนังซีรี่ส์นี้ขึ้นมานิดนึงโดยมาในภาคนี้เขาจะพาเราไปรู้จักกับเพรดเดเตอร์สายพันธุ์ผสมที่ดุและโหดร้ายกว่าเดิม ที่มีเป้าหมายอะไรบางอย่าง ซึ่งเป้าหมายนั้นอยู่ที่เพรดเดเตอร์บนโลก นั่นทำให้ ควิน แมคเคนน่า (Boyd Holbrook) ได้เข้าปะทะกับเพรดเดเตอร์ทำให้เขาเสียลูกทีมไปจากการปะทะครั้งนี้และ
เรื่องราวก็บานปลายเมื่อชิ้นส่วนอาวุธที่ควินเก็บได้และส่งไปที่บ้าน นั่นทำให้รอรี่ (Jacob Tremblay) ลูกชายเขาซึ่งเป็นเด็กพิเศษได้แกะรหัสที่อยู่ในนั้นและทำให้เจ้าเพรดเดเตอร์ออกตามล่าเขา และนั่นก็ทำให้ควินต้องไปช่วยเหลือลูกของเขา อีกทั้งเขาก็ยังไม่รู้ว่ามีนักล่าที่โหดกว่ากำลังมาที่โลก และเหตุการณ์ทั้งหมดจะเป็นอย่างไรต่อนั้นติดตามได้ใน The Predator ทุกโรงภาพยนตร์ ถ้าให้ผมเปรียบเทียบระหว่างภาคนี้กับสองภาคแรกว่าต่างกันอย่างไร จุดแรกที่เห็นได้ชัดเจนเลยนั่นคือความคอเมดี้ในเรื่อง ที่ผมว่าเป็นจุดที่หนังทำได้ดีและเราไม่รู้สึกว่ามันไม่เข้ากับหนังเลย หนังให้ความตลก แต่ก็ยังไม่ทิ้งความเป็นแอ็คชั่น เพราะแอ็คชั่นก็จัดเต็มเช่นกัน เพียงแต่ไม่สามารถทำได้ดีเท่าส่วนของคอเมดี้ จริงอยู่ที่หนังเรื่องนี้เป็นหนังแอ็คชั่น แต่ในส่วนนี้ผมมองว่าทั้งสองภาคแรกให้ผมได้มากกว่าภาคนี้และภาคนี้มีการ
เดินเรื่องที่ไวมาก แต่ก็มีให้น้ำหนักตัวละครอยู่นิดหน่อย ภาคนี้ที่ผมเสียดายคือฉากเปิดเรื่องที่ไม่น่าจดจำและก็ไม่ได้มีการเซ็ตโทนหรืออารมณ์ของหนังก่อนเลย ไม่มีการเล่าอะไรมาก เปิดมาแบบโต้งๆ เลยทำให้ผมเสียดายตรงนี้ ไหนตจะตอนจบอีกที่ผมว่ามันก็ไม่น่าจดจำ เพราะผมว่ามันน่าจะสรุปอะไรให้ได้ดีกว่านี้แต่ดันเลือกที่จะจบโดยไม่กล่าวถึงประเด็นที่หนังเล่ามาแรกๆเช่นเรื่องเพรดเดเตอร์ที่หนังอธิบายมาแบบคร่าวๆ โดยตอนจบเลือกที่จะจบแบบไม่บอกอะไรมาก แต่เป็นการโชว์ของแทน ซึ่งสำหรับผมแล้วผมสนใจตัวเพรดเดเตอร์ในเรื่องนี้มาก เพียงแต่บทมันไม่ค่อยเอื้อเลย