The Avengers
ใช้เวลาช่วงต้นในการเปิดตัวละครทุกตัวอย่างใจเย็น เพื่อทำให้ผู้ชม เฝ้าติดตามความมีอีโก้ของฮีโร่ แต่ละตน ทั้งการเสริมสร้างบุคลิก ความมั่นอกมั่นใจในความพิเศษของตนเอง เพื่อสร้างปมความบาดหมางขึ้นมาในจิตใจ และเป็นการตอกย้ำขึ้นมาว่า การรวมพลังในตอนต้นนั้น ไม่ได้ราบรื่นอย่างที่มันควรจะเป็น เพราะอย่างที่กล่าวมาแล้วนั้น คงไม่มีผู้มีอิทธิพลหรือฮีโร่หน้าไหน ยอมลดตัวเองลง เพื่อกระทำการเป็นส่วนรวมโดยทำให้ตนเองแค่เป็นส่วนหนึ่งภายในโครงสร้างเหล่านั้น หากไม่ปฎิเสธอย่างไร้เยื่อใย ก็ต้องทำทุกวิถีทางเพื่อประกาศศักดาแห่งความยิ่งใหญ่ของตนเองขึ้นมา
การเข้าร่วมทีมในครั้งนี้ของ The Avengers จึงเป็นปัญหาของความเป็นฮีโร่ หรือความยึดถือตัวตนในความเป็นปัจเจกมากจนเกินไป ดังที่ได้ปรากฏอย่างชัดเจนในภาคเดี่ยวของแต่ละบุคคล ซึ่งการจับเอาปมตรงนี้มาใส่ไว้ใน The Avengers นั้น มันทำให้ ฮีโร่ ในแต่ละตน มีเลือดเนื้อเชื้อไขไม่ต่างจากความเป็นมนุษย์ในโลกแห่งความเป็นจริง ซึ่งนี้อาจเรียกได้ว่าเป็นจุดแข็งของภาพยนตร์เรื่องนี้ก็ว่าได้ เพราะมันทำให้ The Avengers เข้าใกล้ผู้ชมในความเป็นโลกแห่งสมัยปัจจุบันได้เป็นอย่างดี อัตตาที่เกิดขึ้นในความเป็นปัจเจกของฮีโร่นั้น จึงไม่ต่างจากความเป็นปัจเจกชนของความเป็นมนุษย์ในปัจจุบัน ที่ทุกคนต่างดิ้นรนแข่งขันเพื่อให้ได้มาเพื่อชื่อเสียง เงินทอง หรือความสุข อาจลามปามไปในโลกเสมือนแห่งไซเบอร์ ซึ่งต่างก็ดิ้นรนขวนขวายเพื่อการยอมรับแห่งการดำรงอยู่ของบุคคล(ตนเอง) แทบทั้งนั้น
แต่ในบางครั้งความเป็นฮีโร่แบบปัจเจกก็ไม่สามารถเอาชนะ สงครามบางอย่างที่ต้องเผชิญได้ เหมือนสงครามในครั้งนี้ และการรวมตัวกันของ The Avengers จึงเกิดขึ้น เพื่อหวังให้เหล่าฮีโร่ สมานใจรวมกันเป็นหนึ่งเพื่อช่วยโลก และในความซับซ้อนยิ่งกว่านั้นมันยังเป็นการ พิสูจน์ถึงความกล้าที่จะลดความเป็นฮีโร่ของตนเองลง เพื่อทำงานอันเป็นส่วนรวมได้แค่ไหนกัน ซึ่งหนักหนาเอาการมากทั้งในโลกแห่งความเป็นจริง และภาพยนตร์ แต่บางครั้งเราไม่อาจมีสิทธิ์เลือก เพราะเหตุผลในการเป็นฮีโร่มันได้บังคับให้เราต้องแสดงความรับผิดชอบต่อสิ่งที่ยิ่งใหญ่เสมือนเป็นดังหน้าที่โดยฉับพลัน
